ค้นหาสถานที่
ทัวร์ภูเก็ต ท่องเที่ยวภูเก็ต กับบริษัท ภูเก็ต ฮอลิเดย์ เซ็นเตอร์ทัวร์ จำกัด ทัวร์ 3วัน 2คืนเพียง 2,990 บาท พร้อม 1.รถรับส่งสนามบิน-โรงแรมไปกลับ 2.ห้องพัก อย่างดี 2คืน พร้อมอาหาร 3.เที่ยวทัวร์เต็มวัน อ่าวพังงา เขาพิงกัน เขาตะปู เกาะปันหยี พร้อมรถรับส่ง มัคคุเทศก์ ประกันภัยอุบัติเหตุ 4.ทัวร์ดำน้ำ เกาะพีพี พร้อมรถรับส่ง อาหารกลางวัน มัคคุเทศก์ อุปกรณ์ดำผิวน้ำประกันภัยอุบัติเหตุ 5.แถวฟรี !! จุดชมวิวเขารัง,เลือกชมและซื้อสินค้า OTOP พร้อมของฝากจากภูเก็ต สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.phuketislandtour.com

เวลาเปิด-ปิด สุกี้ 120.. - 21.00 น, แอฟโฟรไดท์ คาบาเรท์ 18.00 น., 19.30 น., 21.00 น.
เบอร์ติดต่อ 076-612888
อัครสถานสุดหรู ใจกลางเมืองภูเก็ต
1. บริการสุกี้แบบเติมได้ไม่อั้น 12.00 - 21.00 น.
2. แอฟโฟรไดท์ คาบาเรท์ 892 ที่นั่ง 18.00, 19.30 และ 21.00 น.
3. โรงผลิตเบียร์สดสูตรเยอรมัน Pearl Lager, Pearl Dunken, Pearl Wisen

เวลาเปิด-ปิด Fly 7 Days a Week 8.00 AM - 6.00 PM
เบอร์ติดต่อ 086-740-4458
Sight Seeing , Photo Shoot , Charter Flight

เวลาเปิด-ปิด เวลา 09.00 - 17.00 น. ทุกวัน ยกเว้น วันพุธ
เบอร์ติดต่อ 076 367 076
“สวนพฤกษชาติภูเก็ต” หรือ “Phuket Botanic Gardens” แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่บนเกาะภูเก็ต ที่เนรมิตที่ดินกว่า 16 ไร่ ให้เป็นสวนพฤกษชาติที่เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ที่เจ้าของต้องการให้เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาพันธุ์ไม้ต่างๆ
ก้าวแรกที่เราผ่านประตูเข้าสู่สวนพฤกษชาติ สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติและร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ทั้งไม้ยืนต้น และไม้ประดับ เราจะได้สัมผัสกับสวนหย่อมขนาดย่อมๆ ที่ดอกไม้ชนิดต่างๆ แข่งกันอวดโฉมชูช่อให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชม และมุมสวยๆ ที่จัดเตรียมไว้ให้เก็บภาพอันแสนประทับใจและ แปลกตา เช่น สวนกล้วยไม้ สวนสมุนไพร สวนบัว สวนบาหลี สวนญี่ปุ่น สวนป่าร้อนชื้น สวนเฟิร์น สวนไม้เลื้อย และสวนปาล์ม เป็นต้น
นอกจากนั้นแล้ว ภายในสวนยังได้จัดสรรพื้นที่ เป็นโรงแรม ให้กับลูกค้าที่ต้องการพักและสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาน พร้อมสถานที่อำนวยความสะดวก อีกมาก

เวลาเปิด-ปิด 08.00-16.00 น.
เบอร์ติดต่อ 076-211281
เรื่องราวความเป็นมาของบ้าน
บ้านชินประชาสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2446(ค.ศ.1903)หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระพิทักษ์ชินประชา(ตันม่าเสียง)บิดาของท่านคือ หลวงบำรุงจีนประเทศ(ตันเนียวยี่) ท่านถือกำเนิดในประเทศจีนมณฑลฮกเกี้ยน รับราชการทหารในตำแหน่ง 'บู๊เต็กจงกุน' ต่อมาท่านได้เดินทางมายังประเทศไทยในปี พ.ศ.2397(ค.ศ.1854)หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4ได้ประกอบกิจการเหมืองแร่ดีบุกที่เกาะภูเก็ต และกิจการค้าขายที่เกาะปีนังในนามยี่ห้อ 'เหลียนบี้' พระพิทักษ์ชินประชา(ตันม่าเสียง) ถือกำเนิดที่เกาะภูเก็ตในปีพ.ศ.2426 เมื่ออายุได้ 20 ปีท่านได้สร้างบ้านหลังนี้ตามแบบ 'ชิโน - โปรตุกีส' เป็นหลังแรกของจังหวัดภูเก็ต หรือที่เรียกกันว่า 'อังม่อเหลา' เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษจีน วัสดุส่วนอื่นของบ้านนั้น ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เนื่องจากการค้าขายทางเรือ ผ่านเกาะปีนังมายังภูเก็ต เช่นรั้วบ้านจากฮอลแลนด์ กระเบื้องปูพื้นจากอิตาลี่ฯลฯ ณ ปัจจุบัน 'บ้านชินประชา' อายุมากกว่า 101ปีและมีลูกหลานนับเนื่องเป็นรุ่นที่ 6แล้ว
ข้อมูลโดยคุณประชา ตัณฑวนิช เมื่อ 5ธันวาคม 2547

เวลาเปิด-ปิด ทุกวันจันทร์- อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
เบอร์ติดต่อ 088-7660962
พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ด้านประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่ แห่งแรกและแห่งเดียวในจังหวัดภูเก็ต โดยรวบรวมเครื่องมือ เครื่องจักรสมัยโบราณ และการจำลองการทำเหมืองแร่ดีบุกในยุคต่าง ๆ เพื่อให้บริการแก่นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนทั่วไป

เปิดบริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาตั้งแต่ 09.00 – 16. 00 น.

อัตราค่าเข้าชม
ชาวต่างชาติ 100 บาท/คน
เด็กต่างชาติ (อายุต่ำกว่า 15 ปี) 50 บาท/คน
ชาวไทย 50 บาท/คน
เด็กไทย (อายุต่ำกว่า 15 ปี) 20 บาท/คน ผู้สูง
อายุ ฟรี

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
www.kathucity.go.th
E-mail: phuketmining2010@gmail.com
โทร. 088-7660962
แฟกซ์. 076-321037
http://www.facebook.com/phuketminingmuseum tin


ที่ตั้ง เลขที่ 45 หมู่ 5 ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต 83120

อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี และ ท้าวศรีสุนทร เป็นวงเวียนที่เปรียบเสมือนใจกลางของจังหวัดภูเก็ตเชื่อมต่อด้วยถนนหลักเทพกระษัตรี(ทางเอก) และถนนรองศรีสุนทร(ทางโท) ซึ่งตั้งตามชื่ออนุสาวรีย์แห่งนี้ ซึ่งวงเวียนแห่งนี้เป็นทางผ่านสำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้ามายัง อ.เมืองภูเก็ตและออกจากตัวจังหวัด อีกทั้งยังเป็นทางผ่านไปป่าคลอก เชิงทะเล อนุสาวรีย์แห่งนี้ยังนับเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต ด้วยเกียรติประวัติอันน่ายกย่องจดจำ ถึงความกล้าหาญ เสียสละ ของบรรพบุรุษของชาวภูเก็ต ท้าวเทพกระษัตรี (จัน) และท้าวศรีสุนทร (มุก) ที่ได้ร่วมกันสู้ศึกพม่าด้วยยุทธวิธีพระพิรุณสังหาร มีแม่งนางกลางเมืองเป็นปืนหลัก สร้างเขื่อนปิดน้ำที่นบนางตัก พากองทหารถือดาบทองหลางเคลือบดีบุกลอบออกจากเมืองถลางช่วงกลาคืน แห่อวดพม่าตอนกลางวัน ได้พุ่งต้านต่อกับพม่าเป็นเวลาเดือนเศษพม่าเจ็บป่วยล้มตาย ๓oo-๔oo คน และแตกพ่ายกลับไปเมื่อ ๑๓ มีนาคม ๒๓๒๕

วัดศรีสุนทร ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 5 ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ตั้งวัดเมื่อพ.ศ.๒๓๓๕ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๑ ซึ่งเจ้าคณะปกครองฝ่ายสงฆ์ได้ปกครองดูแลตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ภายในวัดแห่งนี้มีบรรยากาศที่ร่มรื่น เงียบสงบ มีพระพุทธรูปปางทรงพระสุบินพระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนอนตะแคงข้างขวา(สำเร็จสีหไสยา)พระหัตถ์ซ้ายทอดทาบไปตามพระกาย พระหัตถ์ขวายกขึ้นประคองพระเศียร หลับพระเนตร เป็นกิริยาบรรทมหลับ ฯ ประดิษฐานเป็นประธานอยู่ ณ วัดแห่งนี้

วัดม่วงโกมารภัจจ์ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเหรียง ตำบลเทพกระษัตรี ในเขตอำเภอถลางเป็นวัดร้างอยู่ในความดูแลของวัดพระนางสร้าง มีพระพุทธรูปปั้นครึ่งท่อนเศียรชำรุด ชาวบ้านเชื่อว่าวิญญาณของพระภิกษุ สมัยราชกาลที่ ๕ ซึ่งมามรณะภาพที่วัดแห่งนี้ยังคงสถิตคอยดูแลปกป้องวัดและมีวิญญาณของหลวงปู่ทองสถิตอยู่ที่พระพุทธรูปครึ่งองค์ ใกล้พระพุทธรูปเคยมีต้นทึงและต้นทัง ซึ่งลายแทง วัดม่วงโมารภัจจ์ กล่าวถึงมีความว่า -ระหว่างต้นทึงต้นทัง เป็นที่ฝังสมบัติ- ชาวบ้านยังเชื่ออีกว่า วัดม่วงโกมารภัจจ์เคยเป็นวัดก่อนสมัยท้าวเทพกระษัตรี (ท่านผู้หญิงจัน) และท้าวศรีสุนทร (คุณมุก) ก่อนสงครามศึกถลาง พ.ศ. ๒๕๒๕ เจ้าเมืองถลางได้ใช้ลานวัดม่วงโกมารภัจจ์ เป็นสถานที่ฝึกซ้อมทหาร ฝึกการเคี่ยวน้ำมัน ลงยันต์ทหาร ฝึกซ้อมรำกริช ฝึกผสมดินปืน มีบ่อน้ำ ๒ บ่อ บ่อหนึ่งแช่ว่านยาสมุนไพรให้ทหารอาบน้ำเพื่อการอยู่ยงคงกระพัน

วัดพระทอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เดิมที่ตั้งวัดเป็นที่นา มีน้ำไหลผ่านมีลำคลอง มีทุ่งหญ้า สำหรับเลี้ยงโค กระบือ ชาวเมืองถลางในสมัยนั้นเรียกทุ่งนี้ว่า ทุ่งนาใน น้ำในลำคลองไหลมาจากน้ำตกโตนไทร เทือกเขาพระแทว มีหมู่บ้านบ่อกรวดและหมู่บ้านนาใน อยู่สองข้างลำคลอง ต่อมาทุ่งนาในมีคนอยู่อาศัยมากขึ้น ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่า บ้านนาใน จนถึงปัจจุบันวัดพระทอง ตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ.2328 ต่อมาในปี พ.ศ.2452 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ขณะดำรงพระยศเป็นพระบรมโอรสาธิราช ได้พระราชทานนามวัดนี้ว่า วัดพระทอง วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาอยู่ระหว่างอุโบสถกับวิหารพระทอง(พระผุด) กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร วัดมีเนื้อที่ 35 ไร่ 68 ตารางวา

หน้า 1 2